มือใหม่เริ่มต้นลงทุน ควรเลือกลงทุนอะไรดี?

ลงทุนสำหรับมือใหม่ เลือกอะไรดีให้ปลอดภัยและได้ผล
คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมการฝากเงินไว้ในธนาคารเฉย ๆ ถึงทำให้มูลค่าเงินลดลงเรื่อย ๆ? สาเหตุหลักคือ “เงินเฟ้อ” ที่ค่อย ๆ กัดกินกำลังซื้อของเราแบบไม่รู้ตัว ดังนั้น การทำงานหนักอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่เราต้องเรียนรู้วิธีให้ “เงินทำงานแทนเรา” ด้วยค่ะ
หากคุณเริ่มสนใจเรื่องการลงทุน แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหน ไม่ต้องกังวล เพราะบทความนี้คือคู่มือ “ลงทุนสำหรับมือใหม่” จาก Wizdom ที่ตั้งใจเขียนให้เข้าใจง่าย ไม่ต้องกลัวศัพท์เทคนิคหรือขั้นตอนที่ซับซ้อน เรารวบรวมเนื้อหาที่จำเป็นไว้อย่างกระชับและเป็นระบบ ช่วยให้คุณเริ่มต้นลงทุนได้อย่างมั่นใจ
การลงทุน (Investment) คืออะไร?

การลงทุน คืออะไร

การลงทุน (Investment) คือ การนำเงินหรือทรัพยากรที่เรามีในวันนี้ ไปวางไว้ในสินทรัพย์ที่มีโอกาสเติบโต เพื่อสร้างผลตอบแทนกลับมาในอนาคต
สิ่งที่ทำให้ “การลงทุน” แตกต่างจาก “การออมเงิน” คือระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนที่ได้รับ
  • การออมเงิน ความเสี่ยงต่ำ แต่ผลตอบแทนก็มักต่ำตามไปด้วย จนบางครั้งไม่พอเอาชนะเงินเฟ้อ
  • การลงทุน มีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ก็มาพร้อม “โอกาส” ที่จะได้ผลตอบแทนสูงกว่าในระยะยาว
ดังนั้น การลงทุนที่ดีคือการเลือกความเสี่ยงในระดับที่เรารับได้ พร้อมเปิดโอกาสให้เงินเติบโตได้อย่างเต็มที่ค่ะ
ประเภทสินทรัพย์การลงทุน

การลงทุนมีกี่ประเภท

เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น ลองมาทำความรู้จักประเภทการลงทุนยอดนิยมที่เหมาะกับมือใหม่กันค่ะ
  1. กองทุนรวม
    เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลา หรือยังไม่มั่นใจในการเลือกสินทรัพย์เอง กองทุนรวมได้รวมเงินผู้ลงทุนหลายคนเป็นก้อนเดียว แล้วให้ผู้จัดการกองทุนมืออาชีพบริหารตามนโยบายที่กำหนด มีความหลากหลายทั้งความเสี่ยงต่ำถึงสูง จึงเป็นทางเลือกเริ่มต้นที่ปลอดภัยและสะดวก
  2. ตราสารหนี้
    ตราสารหนี้ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือหุ้นกู้ของบริษัท คือการให้ยืมเงินแลกกับดอกเบี้ยและคืนเงินต้นเมื่อครบกำหนด มีความผันผวนต่ำ เหมาะกับคนที่ต้องการรักษาเงินต้นและรับผลตอบแทนสม่ำเสมอ
  3. หุ้น
    การซื้อหุ้นคือการเป็น “เจ้าของ” ส่วนหนึ่งของบริษัท นักลงทุนได้กำไรจากราคาหุ้นขึ้น และได้รับเงินปันผล แต่หุ้นมีความผันผวนสูง ต้องอาศัยความรู้และการติดตามข้อมูลจึงจะจัดการความเสี่ยงได้ดี
  4. อสังหาริมทรัพย์
    ลงทุนในคอนโด บ้านเช่า หรือที่ดิน ได้ผลตอบแทนจากค่าเช่าและมูลค่าทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้น ข้อดีคือจับต้องได้ แต่ต้องใช้เงินลงทุนสูงและขายออกได้ช้ากว่า หากต้องการสภาพคล่องกว่า สามารถลงทุนผ่าน REITs กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ ได้ด้วยเงินเริ่มต้นที่น้อย
  5. สินทรัพย์ดิจิทัล
    คริปโทเคอร์เรนซีและโทเค็นต่าง ๆ เป็นการลงทุนที่พึ่งพาเทคโนโลยีบล็อกเชน มีความผันผวนสูงมาก ราคาขึ้นลงรวดเร็ว จึงเหมาะสำหรับผู้รับความเสี่ยงได้สูงและต้องศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนอย่างจริงจัง
การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงทุน

การเตรียมพร้อมก่อนเริ่มลงทุน

ก่อนเริ่มลงทุน การเตรียมตัวอย่างรอบด้าน ทั้งเรื่องการเงิน ความรู้ และความเข้าใจในความเสี่ยง เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จ
  • ประเมินสถานะทางการเงิน
    ตรวจสอบรายได้ รายจ่าย และยอดเงินออม เพื่อกำหนดจำนวนเงินลงทุนที่เหมาะสมกับตัวเอง
  • กำหนดเป้าหมายการลงทุน
    ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน เช่น การเก็บเงินซื้อบ้าน วางแผนเกษียณ หรือสร้างรายได้เสริม
  • ทำความเข้าใจและยอมรับความเสี่ยง
    การลงทุนทุกประเภทมีระดับความเสี่ยงต่างกัน การรู้จักตัวเองว่ารับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน จะช่วยให้ตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ศึกษาและเข้าใจประเภทของสินทรัพย์
    เรียนรู้เกี่ยวกับกองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อเลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงของคุณ
  • สร้างแผนการลงทุนระยะยาว
    วางแผนการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ติดตามผลลัพธ์ และปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อให้เงินเติบโตได้อย่างมั่นคง

ทำไมเราต้องลงทุน

การลงทุนเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เงินทำงานแทนเรา แทนที่จะปล่อยให้เงินออมอยู่เฉย ๆ การลงทุนสามารถสร้างผลตอบแทน เพิ่มความมั่งคั่งในระยะยาว และช่วยให้บรรลุเป้าหมายทางการเงินที่ตั้งไว้
  1. ป้องกันเงินเฟ้อ
    เงินออมที่เก็บไว้เฉย ๆ อาจถูกลดค่าจากเงินเฟ้อ การลงทุนช่วยให้เงินเติบโตได้มากกว่าอัตราเงินเฟ้อหรือการออมแบบทั่วไป
  2. สร้างรายได้เพิ่ม
    การลงทุนสามารถสร้างรายได้เสริมผ่านผลตอบแทนต่าง ๆ เช่น ดอกเบี้ย เงินปันผล หรือกำไรจากส่วนต่างราคาสินทรัพย์
  3. เตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต
    การลงทุนช่วยให้คุณวางแผนเกษียณ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ หรือการศึกษาของบุตรได้อย่างมั่นคง
  4. เรียนรู้และพัฒนาทักษะทางการเงิน
    การลงทุนเปิดโอกาสให้เราเรียนรู้การบริหารความเสี่ยงและวางแผนการเงินอย่างเป็นระบบ
  5. เพิ่มโอกาสสร้างความมั่งคั่ง
    การลงทุนอย่างถูกหลักและสม่ำเสมอ ช่วยให้เงินต้นเติบโตและผลตอบแทนทบต้นสะสมเพิ่มขึ้นในระยะยาว

รูปแบบผลตอบแทนจากการลงทุน

ผลตอบแทนจากการลงทุนคือรายได้หรือกำไรที่นักลงทุนได้รับจากการนำเงินไปลงทุน โดยรูปแบบของผลตอบแทนขึ้นอยู่กับประเภทสินทรัพย์และระดับความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนยอมรับได้
  1. ดอกเบี้ย (Interest)
    รายได้ที่เกิดจากการให้ผู้อื่นยืมเงิน เช่น ดอกเบี้ยจากการฝากประจำ หรือพันธบัตรรัฐบาล
  2. เงินปันผล (Dividend)
    ส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทจ่ายให้ผู้ถือหุ้น นับเป็นรายได้เสริมที่ได้รับนอกเหนือจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น
  3. กำไรจากราคาสินทรัพย์ (Capital Gain)
    กำไรจากการขายสินทรัพย์ เช่น หุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือกองทุนรวม ในราคาที่สูงกว่าต้นทุนที่ซื้อมา
  4. ผลตอบแทนจากการให้เช่า (Rental Income)
    รายได้ต่อเนื่องที่ได้รับจากการนำอสังหาริมทรัพย์ไปให้เช่า
  5. ผลตอบแทนทางดิจิทัล (Digital Asset Yield)
    รายได้จากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโตเคอร์เรนซี หรือ NFT
  6. ผลตอบแทนแบบผสม (Hybrid Return)
    ผลตอบแทนที่เกิดจากการลงทุนในหลายสินทรัพย์รวมกันในพอร์ตเดียว ทำให้ผู้ลงทุนอาจได้รับทั้งดอกเบี้ย เงินปันผล และกำไรจากราคาสินทรัพย์รวมกัน
3 ขั้นตอนลงทุน สำหรับมือใหม่

3 ขั้นตอนเริ่มต้นลงทุนสำหรับมือใหม่

สำหรับนักลงทุนมือใหม่ การเริ่มต้นด้วยรากฐานที่มั่นคงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จและบรรลุเป้าหมายทางการเงินได้
  1. วางแผนการเงินและตั้งเป้าหมาย
    ประเมินสถานะทางการเงินของตัวเอง เช่น รายได้ รายจ่าย และยอดเงินออม เพื่อกำหนดเป้าหมายการลงทุนให้ชัดเจน เช่น การเก็บเงินซื้อบ้าน การวางแผนเกษียณ หรือการสร้างรายได้เสริม
  2. ทำความเข้าใจความเสี่ยงและผลตอบแทน
    เข้าใจความแตกต่างของระดับความเสี่ยงและผลตอบแทนของการลงทุนแต่ละประเภท และเลือกรูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมกับความสามารถในการรับความเสี่ยงของตัวเอง
  3. ศึกษาและทำความเข้าใจสินทรัพย์ต่าง ๆ
    เรียนรู้รายละเอียดของสินทรัพย์หลายประเภท เช่น กองทุนรวม หุ้น ตราสารหนี้ อสังหาริมทรัพย์ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อประเมินข้อดี-ข้อเสีย และเลือกลงทุนให้ตรงกับเป้าหมายของตัวเอง
สินทรัพย์ลงทุน สำหรับมือใหม่

ตัวเลือกสินทรัพย์ลงทุนสำหรับมือใหม่

นักลงทุนสำหรับมือใหม่ เราได้คัดเลือกสินทรัพย์ที่เหมาะสมกับการเริ่มต้นลงทุน เพื่อช่วยให้คุณสามารถจัดพอร์ตการลงทุนได้อย่างสมดุล เข้าใจง่าย และเริ่มสร้างผลตอบแทนได้อย่างมั่นใจ

1. กองทุนรวม

กองทุนรวมถือเป็นจุดเริ่มต้นที่เหมาะสมที่สุด เพราะมีผู้จัดการกองทุนมืออาชีพดูแลการลงทุนให้ มีนโยบายการลงทุนให้เลือกหลากหลาย และใช้เงินลงทุนเริ่มต้นไม่สูงมาก บางกองทุนเริ่มต้นเพียง 1 บาท
สำหรับมือใหม่ แนะนำพิจารณา กองทุนรวมดัชนี (Index Fund) ที่อ้างอิงตามตลาดหุ้น หรือ กองทุนรวมผสม ที่ช่วยกระจายความเสี่ยงให้เรียบร้อยแล้ว ทำให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องการเลือกหุ้นรายตัว และสามารถเริ่มลงทุนได้อย่างมั่นใจ

2. หุ้น Blue-chip

หากคุณอยากเริ่มลงทุนในหุ้นรายตัว แนะนำให้เริ่มจาก หุ้น Blue-chip ซึ่งเป็นหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และมีความมั่นคงสูง เช่น หุ้นกลุ่มธนาคาร หุ้นพลังงาน หรือหุ้นค้าปลีกรายใหญ่ หุ้นกลุ่มนี้มักมีความผันผวนต่ำกว่าหุ้นขนาดเล็ก และมักจ่ายเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ จึงเหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวเพื่อสร้างความมั่งคั่งอย่างมั่นใจ

3. พันธบัตรรัฐบาลหรือฝากประจำ

สำหรับผู้ที่รับความเสี่ยงได้น้อย หรือต้องการลงทุนระยะสั้น พันธบัตรรัฐบาล หรือบัญชีเงินฝากประจำ เป็นทางเลือกที่ปลอดภัย เพราะรับประกันเงินต้นครบถ้วน และให้ผลตอบแทนสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป แม้ผลตอบแทนอาจไม่สูงมาก แต่ช่วยสร้างความอุ่นใจและเสริมวินัยในการออมได้ดี

4. สินทรัพย์ดิจิทัล

สินทรัพย์ดิจิทัล เช่น Bitcoin หรือ Ethereum มีความเสี่ยงสูง แต่ก็เป็นเทรนด์การลงทุนแห่งอนาคต สำหรับมือใหม่แนะนำให้จัดสรรเงินเพียงเล็กน้อย (ประมาณ 1-5% ของพอร์ต) เพื่อศึกษาและทำความเข้าใจการทำงานของระบบ พร้อมยอมรับว่าเงินส่วนนี้อาจสูญหายได้ทั้งหมด แลกกับโอกาสเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ

5. การลงทุนแบบผสม

กลยุทธ์การลงทุนที่ดีคือ การกระจายความเสี่ยง แทนที่จะทุ่มเงินไปในสินทรัพย์เดียว มือใหม่สามารถเริ่มด้วยพอร์ตผสม เช่น กองทุนตราสารหนี้ 50% กองทุนหุ้น 40% และทองคำ 10% การกระจายการลงทุนช่วยลดความผันผวนของพอร์ต เมื่อหุ้นปรับตัวลง ตราสารหนี้หรือทองคำยังช่วยพยุงพอร์ต ทำให้การลงทุนเติบโตได้อย่างมั่นคงและสม่ำเสมอ
เคล็ดลับลงทุน สำหรับมือใหม่

เคล็ดลับสำหรับมือใหม่

เคล็ดลับสำหรับนักลงทุนมือใหม่ สามารถทำตามได้ดังนี้ค่ะ
  • เริ่มต้นด้วยเงินจำนวนน้อย
    ไม่จำเป็นต้องลงทุนด้วยเงินก้อนใหญ่ในครั้งแรก เริ่มด้วยจำนวนเงินที่คุณพร้อมจะเรียนรู้และรับความเสี่ยงได้ วิธีนี้ช่วยให้คุ้นเคยกับกลไกและสภาพตลาดโดยไม่กดดันตัวเอง
  • ลงทุนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
    การลงทุนเป็นประจำช่วยสร้างวินัยทางการเงิน และทำให้เงินเติบโตแบบทบต้นตามกาลเวลา แม้จำนวนเงินเริ่มต้นจะน้อย แต่เมื่อสะสมในระยะยาวจะเห็นผลรวมที่สูงและชัดเจน
  • ติดตามและปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์
    หมั่นตรวจสอบผลตอบแทนและปรับพอร์ตการลงทุนให้ยืดหยุ่น สอดคล้องกับสภาพตลาดและเป้าหมายที่เปลี่ยนไป เพื่อให้การลงทุนยังคงมีประสิทธิภาพ
  • เรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาอยู่เสมอ
    ทุกการลงทุนคือบทเรียนที่มีค่า นำประสบการณ์ที่ได้รับมาปรับปรุงแนวทางการลงทุนต่อไป จะช่วยเพิ่มความมั่นใจและประสิทธิภาพในการตัดสินใจครั้งถัดไปค่ะ

สรุป

การเริ่มต้นลงทุนสำหรับมือใหม่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพียงแค่เข้าใจเป้าหมาย รู้จักประเภทสินทรัพย์ และมีวินัยในการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อิสรภาพทางการเงินก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว การสร้างความมั่งคั่งเปรียบเหมือนการปลูกต้นไม้ ต้องใช้เวลาและความอดทน เช่นเดียวกับการบริหารเวลาในชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพ เพื่อมีเวลาศึกษาและดูแลพอร์ตการลงทุนให้เติบโต
สำหรับเจ้าของธุรกิจหรือสถาบันการเงินที่ต้องการสื่อสารเรื่องการลงทุนให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือกำลังมองหาเพื่อนคู่คิดด้านการตลาดและคอนเทนต์ที่สามารถย่อยเรื่องซับซ้อนให้ง่ายและน่าเชื่อถือ Wizdom รับทำการตลาดคลินิกความงาม และมีประสบการณ์ทำการตลาดให้ธุรกิจหลากหลาย ช่วยให้แบรนด์เติบโตและเข้าถึงใจลูกค้าอย่างยั่งยืน สามารถติดต่อปรึกษาได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ

FAQ

การลงทุนเริ่มต้นได้ตั้งแต่หลักร้อย ปัจจุบันกองทุนรวมหลายแห่งเปิดโอกาสให้ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท หรือ 500 บาท อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าจำนวนเงินเริ่มต้น คือ “วินัย” ในการลงทุนเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ

พันธบัตรรัฐบาล สลากออมทรัพย์ และเงินฝากประจำ ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำที่สุด เนื่องจากมีรัฐบาลหรือสถาบันการเงินค้ำประกัน แต่ผลตอบแทนที่ได้รับก็จะผันแปรและต่ำตามระดับความเสี่ยงนั้น ๆ

สมควรอย่างยิ่งค่ะ การกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท เช่น หุ้น ทองคำ หรือตราสารหนี้ จะช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมของพอร์ตโฟลิโอ หากสินทรัพย์ชนิดใดชนิดหนึ่งประสบภาวะขาดทุน สินทรัพย์อื่น ๆ ก็ยังคงช่วยพยุงภาพรวมของพอร์ตไว้ได้

อันดับแรกคือ “ตั้งสติ” และหลีกเลี่ยงการรีบขายขาดทุน ให้พิจารณาพื้นฐานของสินทรัพย์ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากพื้นฐานยังแข็งแรงและราคาตกชั่วคราว อาจเป็นโอกาสในการซื้อเพิ่ม (ถัวเฉลี่ย) แต่หากพื้นฐานเปลี่ยนไปในทางแย่ การตัดขาดทุนเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาเงินต้นที่เหลือ

ไม่จำเป็นต้องจบด้านการเงินก็ลงทุนได้ แต่ควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับสินทรัพย์ เข้าใจระดับความเสี่ยง และกำหนดเป้าหมายให้ชัดเจน การเริ่มต้นด้วยกองทุนรวมที่มีผู้จัดการมืออาชีพดูแลก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผู้เริ่มต้น

Similar Posts