ทุกวันนี้ AI พัฒนาเร็วมาก ไม่ว่าจะเป็น ChatGPT, Gemini หรือ AI สายสร้างสรรค์ต่าง ๆ จนหลายคนเริ่มกังวลว่าเราจะถูกแทนที่ไหม? หรือวันหนึ่ง AI จะมาแย่งงานหรือเปล่า? ความจริงคือ แม้เทคโนโลยีจะล้ำแค่ไหน แต่ก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ นั่นคือความเป็นมนุษย์นั่นเองวันนี้ Wizdom จะพาไปสำรวจว่า ทักษะที่ AI แทนไม่ได้มีอะไรบ้าง และเราจะพัฒนาตัวเองอย่างไรให้กลายเป็นคนทำงานที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการในยุคดิจิทัลนี้
ทำไม AI ถึงยังแทนที่มนุษย์ไม่ได้?
หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า ในเมื่อ AI สามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่ามนุษย์หลายเท่า รู้ข้อมูลเยอะกว่า แล้วทำไมถึงยังแทนที่คนทำงานอย่างเราไม่ได้? คำตอบก็คือ AI ทำงานอยู่บนพื้นฐานของ “ชุดคำสั่ง ตรรกะ และสถิติ” AI จะเก่งในเรื่องที่มีรูปแบบตายตัว หรือการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมหาศาลที่สมองมนุษย์ทำไม่ไหว
ดังนั้น พัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ จึงเป็นทักษะสำคัญของคนทำงานยุคใหม่ เพราะช่วยให้เราทำงานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่น และสร้างความไว้วางใจได้ในแบบที่เทคโนโลยีอย่าง AI ไม่สามารถทำได้
2. ความคิดสร้างสรรค์
ทุกวันนี้เราอาจจะเห็น AI วาดภาพหรือสร้างงานได้ในไม่กี่วินาที แต่สิ่งที่มันทำจริง ๆ คือการนำข้อมูลจำนวนมากที่มีอยู่แล้วมาผสม ปรับ และเรียงใหม่ตามรูปแบบที่เรียนรู้มา ซึ่งไม่ได้เกิดจากจินตนาการหรือความตั้งใจที่จะสื่ออารมณ์เหมือนมนุษย์
ในขณะที่ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์มีความลึกซึ้งกว่านั้น เพราะเกิดจากประสบการณ์ ความรู้สึก และมุมมองเฉพาะตัว คนเราสามารถเชื่อมสิ่งที่ดูไม่เกี่ยวข้องให้กลายเป็นไอเดียใหม่ คิดนอกกรอบ และสร้างผลงานที่สื่อสารกับผู้คนได้จริง ๆ สิ่งเหล่านี้ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้ นี่จึงทำให้ความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นหนึ่งในทักษะสำคัญที่ AI แทนไม่ได้
3. การใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ
ในการทำงานจริง การตัดสินใจไม่ได้หมายถึงการเลือกคำตอบที่ถูกต้องตามตัวเลขหรือสถิติเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาข้อมูลควบคู่ไปกับปัจจัยที่จับต้องไม่ได้ เช่น จริยธรรม ผลกระทบต่อสังคม และบริบทต่าง ๆ AI อาจช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงหรือคำนวณผลตอบแทน (ROI) ได้รวดเร็วและแม่นยำ แต่การตัดสินใจของ AI มักโฟกัสที่ตัวเลขหรือประสิทธิภาพสูงสุด จนอาจมองข้ามความเหมาะสมหรือความถูกต้อง
ดังนั้น มนุษย์ยังคงเป็นคนตัดสินใจขั้นสุดท้าย ที่ใช้วิจารณญาณและประสบการณ์กรองคำแนะนำของ AI เพื่อให้การตัดสินใจไม่เพียงได้ผลลัพธ์ที่ดี แต่ยังถูกต้อง เหมาะสม และรักษาความเชื่อมั่นขององค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ AI ยังทำแทนไม่ได้
4. ภาวะผู้นำและการสร้างแรงบันดาลใจ
ต้องยอมรับว่า AI อาจเป็นผู้จัดการงานที่เก่งมาก จัดตารางงานได้ดี แจกงานได้ถูกคน และติดตาม KPI ได้แบบแม่นยำ แต่สิ่งที่ AI ไม่สามารถเป็นให้ได้คือ ภาวะผู้นำ ซึ่งต้องใช้ความสามารถในการเข้าใจคน ขับเคลื่อนทีมให้ผ่านอุปสรรคได้ หรือการพาโปรเจกต์ใหญ่ให้สำเร็จ แน่นอนว่าผู้นำต้องมีวิสัยทัศน์ (Vision) ที่ทำให้ทีมรู้สึกอยากร่วมสร้างสิ่งเดียวกัน ซึ่ง AI ไม่มีความรู้สึกหรือแรงบันดาลใจ จึงไม่สามารถจุดไฟให้ทีมลุกขึ้นสู้และทำงานด้วยพลังใจได้เหมือนมนุษย์
5. การสื่อสารและการเจรจาต่อรอง
การสื่อสารที่ดีเป็นศิลปะที่ต้องอาศัยความละเอียดอ่อนของมนุษย์ AI อาจช่วยร่างอีเมลให้สวยงามหรือแปลเอกสารได้รวดเร็ว แต่สิ่งที่ AI ยังทำไม่ได้คือการอ่านใจคน โดยเฉพาะในการเจรจาธุรกิจ มนุษย์สามารถสังเกตน้ำเสียง สายตา หรือภาษากายเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกของคู่สนทนา สิ่งเหล่านี้คือข้อความที่ไม่ได้ถูกพูดออกมา และต้องตีความด้วยความเข้าใจ
นอกจากนี้ การเจรจายังต้องใช้จังหวะ และไหวพริบ เช่น รู้ว่าเมื่อไหร่ควรรุกหรือถอย และปรับวิธีสื่อสารให้เข้ากับวัฒนธรรมและบริบท ซึ่งเป็นทักษะที่ AI ยังเลียนแบบไม่ได้ ทำให้มนุษย์ยังคงเป็นส่วนสำคัญในการปิดดีลและสร้างสัมพันธ์ที่ดี
6. การแก้ปัญหาที่ซับซ้อน
AI เก่งในการแก้โจทย์ที่มีคำตอบชัดเจน หรือใช้ข้อมูลจำนวนมากมาคำนวณ แต่ในโลกธุรกิจจริง ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่แบบนั้น มักเป็นปัญหาซับซ้อนและคลุมเครือ ที่ไม่มีสูตรสำเร็จ ปัญหาแบบนี้เกี่ยวข้องทั้งคน การเมืองภายในองค์กร วัฒนธรรม และอารมณ์ความรู้สึก เช่น การจัดการวิกฤตแบรนด์ หรือการไกล่เกลี่ยความขัดแย้งระหว่างทีม AI อาจเสนอวิธีที่ถูกต้องทางตรรกะ แต่ในบางครั้งอาจเป็นทางเลือกที่ไม่เหมาะสมหรือสร้างความขัดแย้ง
ความได้เปรียบของมนุษย์คือสามารถมองภาพรวม เชื่อมโยงปัจจัย และใช้สัญชาตญาณจากประสบการณ์ตัดสินใจรู้ว่าจังหวะไหนควรรุก จังหวะไหนควรเงียบ หรือควรหาทางออกแบบประนีประนอม การแก้ปัญหาซับซ้อนที่ต้องใช้ทั้งวิจารณญาณและความเข้าใจบริบทนี้ จึงเป็นทักษะที่ AI ยังยากที่จะทำแทน
7. การปรับตัวและเรียนรู้ต่อเนื่อง
นี่ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของมนุษย์ เพราะ AI จะฉลาดได้เท่ากับข้อมูลที่ถูกป้อนเข้าไป หากเจอสถานการณ์ใหม่หรือข้อมูลที่ไม่อยู่ในฐาน AI มักจะทำงานต่อไม่ได้หรือเกิดข้อผิดพลาด มนุษย์ต่างจาก AI เพราะเรามีความยืดหยุ่นสูง สามารถเรียนรู้ ลบความคิดเดิม แล้วเรียนรู้ใหม่ได้ตลอดเวลา ไม่ได้ทำตามคำสั่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถประยุกต์ความรู้ข้ามสายงานมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้
นอกจากนี้ เรายังมีความอดทนและรับมือกับความล้มเหลวได้ เมื่อเจออุปสรรค เราสามารถเรียนรู้ ปรับกลยุทธ์ และก้าวต่อไปได้ ความสามารถในการปรับตัวและเรียนรู้อย่างต่อเนื่องนี้ จึงเป็นทักษะสำคัญที่ AI ยังไม่สามารถเข้าใจได้
เพราะ AI ขาดอารมณ์ความรู้สึก AI ทำงานตามคำสั่งและข้อมูลที่มี แต่ไม่สามารถเข้าใจบริบททางสังคม ศีลธรรม หรือความซับซ้อนของจิตใจมนุษย์ได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จำเป็นมากในการทำงานร่วมกัน
ยังจำเป็น แต่ต้องมีการอัปเดตเสมอ เราต้องรู้ลึกในสายงานของตัวเองเพื่อให้สามารถสั่งงานหรือตรวจสอบความถูกต้องของ AI ได้ และต้องเรียนรู้วิธีใช้เครื่องมือ AI เพิ่มเติมด้วย